บทที่ 11 ข้าจะหย่ากับท่าน

บทที่ 11

ข้าจะหย่ากับท่าน

เสิ่นเยว่เดินออกมาด้านหน้าจวน นางเดินฝ่าหิมะแรกที่กำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าครึ้ม บรรยากาศเย็นยะเยือกจนก้าวเดินลำบาก เสิ่นเยว่มองเห็นสามีในชุดไม่เรียบร้อยอยู่ที่ด้านนอก ดีที่มีชุดคลุมหนาทำให้ไม่หนาวมาก ด้านข้างคือเจิ้งส่วงที่ใบหน้านองน้ำตา พวกเขาสองคนยืนนิ่งกับที่ ใบหน้าไม่ดีทั้งคู่ ด้านหลังพวกเขาคือเสนาบดีเจิ้งที่ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยโทสะราวกับจะฆ่าคนได้

ตรงข้ามคือฮูหยินผู้เฒ่า มารดาของเหวินซู เหมยจื่อและซินซินที่สีหน้าไม่พอใจ เหมยจื่อไม่ชอบหน้าเจิ้งส่วงตั้งแต่ที่ได้ยินข่าวความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายกับสามี นางไม่ชอบสตรีที่ให้ท่าบุรุษอื่นทั้ง ๆ ที่เขามีภรรยาเอกอยู่แล้ว ไหนจะมีนิสัยที่ไม่น่าคบหา ชอบดูถูกผู้อื่นที่ฐานะต่ำกว่า

ซินซินเองก็ไม่ต่างกัน ยิ่งเคยมีปัญหากันมาแล้วยิ่งแตกหักมากกว่าเดิม นางไม่คิดว่าสามีจะกล้าทำเรื่องเช่นนี้ เขากล้าหักหน้าตระกูลเสิ่นของฮูหยินเอกเสิ่นเยว่ พาสตรีที่ฐานะเท่าเทียมเข้ามาจนสร้างปัญหาใหญ่

โจวเสวียนมองบุตรชายด้วยสายตาตำหนิ แม้จะรู้เรื่องทั้งสองก่อนหน้านี้เพราะบุตรชายบอกกล่าว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันงามหน้าเกินไป คิดได้อย่างไรที่ทำให้ตนเองเป็นตัวตลกผู้อื่นเช่นนี้ ส่วนเจิ้งส่วงในสายตานาง ถ้ามองความเหมาะสมเพียงฐานะตระกูลนับว่าเหมาะสมกว่าเสิ่นเยว่ แต่ในเรื่องอื่นเท่าที่ตามสืบนับว่าแย่ทั้งหมด เป็นคุณหนูเอาแต่ใจผู้หนึ่งเพราะบิดาตามใจรักใคร่ นางจึงเลือกเสิ่นเยว่แทนอีกฝ่าย

แต่พอเสิ่นเยว่ที่นางเลือกมาใช้การส่งเสริมบุตรชายนางไม่ได้ จึงอนุญาตให้บุตรชายคบหาเจิ้งส่วงอีกคนเพราะคิดถึงอนาคตการงานบุตรชาย

“มาแล้วหรือฮูหยินจาง”

น้ำเสียงของเสนาบดีเจิ้งฉายชัดความดูถูก โดยปกติตระกูลเสิ่นและเจิ้งก็ไม่ค่อยถูกกันอยู่แล้ว บิดาของเสิ่นเยว่มีปัญหาไม่ลงรอยกับบิดาเจิ้งส่วงมานาน

“เจ้าค่ะ”

“ในเมื่อมาครบ ข้าจะขอพูด”

สายตาของเสนาบดีเฒ่ามองไปยังมารดาของผู้ก่อเรื่องที่นางเหมือนจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยใบหน้าราบเรียบน้ำเสียงแข็งกระด้าง

“เจิ้งส่วง บุตรสาวข้าถูกบุตรชายท่านย่ำยี ทำให้นางเสียชื่อเสียง เรื่องนี้ทางตระกูลจางต้องรับผิดชอบ จางเหวินซูต้องแต่งบุตรสาวข้าเพื่อรักษาหน้าตาชื่อเสียงให้นาง”

โจวเสวียนมองบุตรชายสลับกับสะใภ้ที่ก่อนหน้านี้ถึงกับออกปากว่าจะหย่าด้วยใจที่ไม่ดี

“แน่นอนว่าบุตรชายข้าและตระกูลจางจะรับผิดชอบ ท่านเสนาบดีเจิ้งใจเย็นลงก่อน ในเมื่อพวกเขาทำผิดแล้วเราเพียงต้องทำให้ถูกต้องเท่านั้น”

“หึ…ทำให้ถูกต้อง พูดได้ดี…เช่นนั้นข้าจะรอของหมั้นหมาย สินสอด และเกี้ยวเจ้าสาวจากจวนจางส่งไปรับตัวบุตรสาวข้า”

โจวเสวียนทำได้เพียงยิ้มรับ นางไม่อยากมีปัญหากับตระกูลเจิ้ง ตอนนี้เสนาบดีเจิ้งเป็นที่โปรดปรานในสายตาฝ่าบาท กุมอำนาจฝั่งขุนนางของไทเฮาอีกด้วย ทั้งยังมีอำนาจเส้นสายในมือมากกว่าใคร ถ้ามีปัญหาขึ้นมา เกรงว่าบุตรชายนางคงเงยหน้าไม่ได้อีก

ไหนจะนึกถึงข้อดี อย่างน้อยบุตรชายนางก็ได้เป็นเขยของอีกฝ่ายที่เคยออกปากว่าจะช่วยสนับสนุนเรื่องตำแหน่งการงาน

“ทางจวนจางจะส่งเกี้ยวแปดคนหามไปรับตัวคุณหนูเจิ้งส่วงพร้อมกับของหมั้นและสินสอดแน่นอน ขอท่านเสนาบดีวางใจได้ ทางจวนจางจะไม่ทำให้ท่านเสียหน้าแน่นอน ทั้งยังจะทำให้สมหน้าตาฐานะ”

“ดี แต่เจิ้งส่วง…บุตรสาวข้าต้องเป็นฮูหยินเอกเท่านั้น”

สิ้นคำ ทำให้ทุกคนเงียบปากไปหมด ไม่เว้นแม้แต่เหล่าชาวบ้านทั่วไปที่มารอชมเรื่องสนุก พวกเขาคิดไม่ถึงว่าเสนาบดีเจิ้งจะกล้าทำเช่นนี้ ขุนนางจางเหวินซูมีฮูหยินเอกอยู่แล้ว จะแต่งเมียเอกเข้ามาอีกคนได้ยังไงกัน มันจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อขุนนางจางลดฐานะฮูหยินคนปัจจุบันลงให้เป็นรอง แล้วยกคุณหนูเจิ้งส่วงขึ้นมาเป็นเอก แต่ด้วยฐานะของฮูหยินคนปัจจุบันที่เหมาะสม ทางตระกูลเสิ่นจะยอมหรือ แบบนี้เป็นการตบหน้ากันชัด ๆ

จางเหวินซูมองไปที่ร่างบอบบางของภรรยาอย่างเสิ่นเยว่ที่นางยืนนิ่งท่ามกลางหิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก ใบหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก สายตาที่มองมาที่เขายังเต็มไปด้วยความเย็นชาห่างเหิน ทำให้เขารู้สึกปวดใจอย่างประหลาด

ก่อนหน้านี้คิดจะกำจัด แต่เพราะหลัง ๆ มานี้เขารู้สึกกับนางเปลี่ยนไป ทำให้เขาไม่อยากเสียนาง อย่างน้อยยังพยายามหาทางให้นางอยู่ในฐานะภรรยารองได้ ดีกว่าฆ่านางตามที่คนรักอย่างเจิ้งส่วงต้องการ

แต่เวลานี้สายตาของนางไม่มีแม้แต่แววเสียใจตัดพ้อ มันคือความเย็นชาห่างเหินเท่านั้นที่รู้สึกได้

เสิ่นเยว่มองสายตารู้สึกผิดและห่วงใยที่จางเหวินซูมอบให้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน นางค่อย ๆ ก้าวเดินออกมายืนตรงหน้าผู้เป็นสามี

“ท่านเสนาบดีเจิ้งอย่าห่วง คุณหนูเจิ้งส่วงจะได้เป็นฮูหยินเอกจวนจางเพียงผู้เดียว”

จางหวินซูไม่เข้าใจ แต่ก็ยังรู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่นางเว้นทางให้เขาเดิน ยอมลดฐานะตัวเองเป็นเมียรองเพื่อไม่ให้เขาพบปัญหาที่มากกว่านี้ แบบนี้ทำเขายิ่งรู้สึกเห็นใจนางมากขึ้น

ถ้าเกิดว่านางแข็งข้อไม่ยอมขึ้นมา เห็นทีว่าเขาจะพบปัญหาสองทาง หนึ่งคือตระกูลเสิ่น สองคือตระกูลเจิ้ง แต่นี่นางยอมถอยก้าวหนึ่ง แบบนี้ทางตระกูลเสิ่นจะมาต่อว่าอะไรเขาไม่ได้เพราะคนที่ยอมคือเสิ่นเยว่ นางยินยอมลดฐานะด้วยตนเองไม่มีใครบีบบังคับ

จากนี้เขาจะทำดีกับนางให้มากหน่อย ให้สมกับที่นางยอมเสียสละเพื่อให้เขาไม่ต้องตกที่นั่งลำบาก ใบหน้าจางเหวินซูดีขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือข้อดีของเสิ่นเยว่ที่เขามองเห็น นางรักเขามากจนยอมทำเพื่อเขาได้ทุกอย่างแม้แต่ลดฐานะตนเอง เพราะจะให้เขาลดฐานะนางก็ดูไม่ดี นางไม่ได้ทำอะไรผิด เรื่องนี้คือเรื่องผิดพลาดที่เกิดจาดตัวเขาทั้งสิ้น

เจิ้งส่วงยิ้มออกมาอย่างพอใจที่นางชนะ ถึงเรื่องวันนี้ที่เกิดขึ้นจะไม่ได้อยู่ในแผนที่วางเอาไว้ แต่นางไม่สนแล้ว เกิดเรื่องเช่นนี้มีแต่ต้องเปลี่ยนแผนใหม่ จัดการทุกอย่างให้เร็วมากขึ้น นางจะเข้าจวนจางในฐานะฮูหยินคนใหม่ แล้วค่อยหาทางฆ่านังเสิ่นเยว่อีกทียังไม่สาย

“ดูเจ้าเข้าใจอะไรง่าย ๆ เช่นนี้ก็ดี บุตรสาวข้าไม่ควรเป็นรองใคร เรื่องนี้พวกเจ้าควรรู้ หากบิดาเจ้าเข้าใจอะไรง่าย ๆ เหมือนเจ้าคงจะดีกว่านี้ ไม่ใช่ทำตัวเป็นคนแก่เข้าใจอะไรยาก”

เสิ่นเยว่มองหน้าผู้ที่พูด ขนาดนางถอย เขายังไม่พ้นถากถางบิดาของนาง เสนาบดีเจิ้งกับบุตรสาวเหมือนกันจริง ๆ

“เจ้าค่ะ…ข้าเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย ในเมื่อคุณหนูเจิ้งต้องการเป็นฮูหยินเอกจวนจาง ข้าก็จะถอย เพราะที่ผ่านมาข้าถือว่าเป็นภรรยาที่ไม่ดี ไม่อาจจะดูแลสามีได้ แต่งงานเข้าจวนจางเข้าเดือนที่สามแต่ยังไม่ได้เข้าหอ เป็นที่ตลกขบขันของผู้อื่น เป็นเจ้าสาวที่เจ้าบ่าวไม่ต้องการถึงขั้นที่ข้าต้องหาอนุมาให้สามีเพื่อให้เขาพอใจ เมื่อข้าทำหน้าที่ไม่ได้ ข้าก็จะขอหย่า…จางเหวินซู ข้าขอหย่ากับท่าน”

ไม่ไกลออกไปมีบุรุษชุดดำใบหน้าเย็นชาหล่อเหลาเดินเข้ามา เสิ่นเยว่ดูก็รู้ทันทีว่าคือเหลียงม่อ แม้จะไม่เคยเห็นใบหน้าแท้จริงมาก่อน คิดไม่ถึงว่าเขาจะเปิดเผยใบหน้า

เหลียงม่อเดินเข้ามา ในมือยังมีหนังสือหย่าที่เตรียมมาตามที่นายท่านสั่งให้จัดการเตรียมเอาไว้มามอบให้

เสิ่นเยว่มองหนังสือหย่าก่อนจะยิ้มให้ตนเอง เขาเตรียมให้นางขนาดนี้ คงกลัวว่านางจะไม่หย่า ช่างเป็นบุรุษปริศนาที่ถือดีจริง ๆ ออกคำสั่งกับนางได้หน้าตาเฉย

จางเหวินซูมองบุรุษแปลกหน้าที่เดินเข้ามา เขาไม่คุ้นหน้าด้วยซ้ำ มองฮูหยินตนเองสลับกับบุรุษผู้นั้นด้วยความไม่เข้าใจ นางมีคนสนิทที่เป็นชายตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วหนังสือหย่านั่นคืออะไรกัน

เสิ่นเยว่รับหนังสือหย่ามาถือไว้ นางยื่นมันไปตรงหน้าจางเหวินซู

“ช่วยลงชื่อให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ”

จางหวินซูมองหนังสือหย่าสลับกับใบหน้างดงามที่ไร้ความอ่อนหวานอีกต่อไป นางไม่มีรอยยิ้มมอบให้เขาอีกแล้ว ในใจตอนนี้เกิดความไม่พอใจ เขาไม่ต้องการเสียนาง ทำให้เขาเลือกแสดงความไม่พอใจออกมาทางสีหน้าชัดเจน

“ข้าไม่หย่า”

คำตอบที่จางเหวินซูตอบออกมา ไม่ได้ส่งผลต่อเสิ่นเยว่ แต่ส่งผลต่อเจิ้งส่วงที่แทบจะหน้าหัน ส่วนเสนาบดีเจิ้งตอนนี้ก็ใบหน้าแดงก่ำอีกครั้ง

ดูเหมือนจางเหวินซูเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองพูดอะไรออกไป เขามองซ้ายขวา ยิ่งเห็นสีหน้าว่าที่พ่อสามีและคนรัก จางเหวินซูก็รู้ว่าตนเองพลาด ใบหน้าของเขาตอนนี้แทบไม่มีสีเลือด หน้าซีดลงอีกครั้ง

เสิ่นเยว่แทบอยากจะหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกสมเพช ไม่อยากหย่า มาแสดงความเสียดายอะไรตอนนี้ เพราะมันไม่ทันแล้ว เสียดายแต่หวาดกลัว น่าสมเพชจริง ๆ

จางเหวินซูที่ถูกกดดันด้วยสายตา สุดท้ายเขาก็ยื่นมือออกไปแล้วหันไปมองบุรุษผู้นั้นที่ยื่นพู่กันมาให้ เขาหยิบมันมาด้วยใจที่เต้นรัว มองใบหน้างดงามของเสิ่นเยว่อย่างร้องขอให้นางเปลี่ยนใจ

“เยว่เอ๋อร์ เจ้าเปลี่ยนใจได้”

น้ำเสียงและคำเรียกหาที่เปลี่ยนไปทำให้เสิ่นเยว่ยิ้มเย้ยหยัน

“ท่านไม่เคยเรียกข้าแบบนี้สักครั้ง น่าแปลกที่เรียกในวันที่เรากำลังจะหย่าขาดจากกัน”

จางหวินซูไม่อยากหย่า เขารู้สึกว่าตอนนี้ตนเองกำลังจะสูญเสีย ซึ่งเขาไม่อยากเสียนางไป เขาอยากมีนางไว้ข้างกายเช่นเดิม แต่ก็ต้องการแต่งงานกับคนรักอย่างเจิ้งส่วงอีกด้วย

“เจ้าไม่อยากหย่า ข้ารู้”

“ข้าอยากหย่าหรือไม่ ตอนนี้เราต้องหย่าเจ้าค่ะ ลงชื่อเถอะ คุณหนูเจิ้งและเสนาบดีเจิ้งรอท่านนานแล้ว พวกเขาคงไม่ชอบใจนัก”

สิ้นคำของเสิ่นเยว่ จางเหวินซูมองคนรักที่มองเขาด้วยสายตาไม่ชอบใจ ทำให้สุดท้ายเขาก็ลงชื่อในหนังสือหย่าขาด แล้วมอบมันคืนให้นาง สายตายังมองนางเผื่อว่านางจะเปลี่ยนใจ เขาลงชื่อแต่นางไม่ลงมันก็ถือว่าไม่ได้หย่า

แต่เมื่อเสิ่นเยว่รับหนังสือหย่ากลับไป นางก็ดึงพู่กันมาจากมือเขาแล้วลงชื่อตนเองทันที ในสถานที่นี้มีผู้คนมากมายเป็นพยานว่าทั้งสองหย่าขาดจากกันแล้ว

“ขอให้ท่านโชคดี วันนี้ข้าขอลาก่อน ฮูหยินผู้เฒ่า ขอให้ท่านรักษาตัวให้ดี ส่วนเจ้าทั้งสองดูแลตัวเองด้วย”

พูดจบเสิ่นเยว่ก็เดินออกมาทันที เมื่อเดินมาถึงหน้าจวนตรงหน้าจวนมีรถม้าคันใหญ่แสนหรูหราวิ่งมาจอดพอดี ช่างเป็นเวลาที่เหมาะสม เสิ่นเยว่มองรถม้าด้วยหัวใจเต้นรัว ไม่นานมีบุรุษในชุดสีขาวน้ำเงินสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มก้าวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่เห็นก็ทำให้เสิ่นเยว่เหงื่อตก

มือของเขายื่นมาตรงหน้าโดยที่ไม่สนสายตามากมายที่มองมาด้วยความสนใจ

เสิ่นเยว่นางยิ้มเบาบาง ยื่นมือไปวางไว้แล้วขึ้นรถม้า ทิ้งเรื่องทุกอย่างไว้ภายหลัง นางไม่สนใจใครหน้าไหนแล้ว เพราะถ้าเขามีความกล้ามากขนาดนี้แสดงว่าเขาหาใช่คนธรรมดา

การเป็นฮูหยินของเขาน่าจะสนุกมากกว่าที่คิดเอาไว้หลายเท่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป